พระเจ้าอยู่หัวร.10เสด็จฯบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพร.9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนิน ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระพิธีธรรมพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปในการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ซึ่งเป็นพระพิธีธรรม 8 รูป นิมนต์มาจากวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึงพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ประดิษฐานพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงกราบ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูป ที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ

ต่อจากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังมุขหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าแท่นเตียงพระสวดพระอภิธรรม ทรงคม แล้วประทับพระราชอาสน์ พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

โอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประชาชนได้ขึ้นมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพื่อกราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในระหว่างที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลด้วย

ออสเตรเลียยกย่อง”พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ”บุคคลยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์เอเชียยุคใหม่

รัฐบาลออสเตรเลียแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชอย่างยิ่ง พร้อมทั้งทรงยกย่องให้พระองค์เป็น “บุคคลยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์เอเชียยุคใหม่”

วันนี้ (14 ต.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ทำเนียบนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเผยแพร่แถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรี “มัลคอล์ม เทิร์นบูล” แสดงความเสียใจและความอาลัยอย่างสุดซึ้งในนามของรัฐบาลและชาวออสเตรเลีย ต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

ทั้งนี้เทิร์นบูลได้กล่าวยกย่องให้พระองค์ทรงเป็น “บุคคลยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์เอเชียยุคใหม่” เนื่องจากพระองค์ทรงพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยให้ก้าวหน้าขึ้นอย่างชัดเจนเป็นลำดับตลอดรัชสมัย 70 ปีแห่งการครองราชย์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถเคยเสด็จเยือนออสเตรเลียเพียงครั้งเดียวเมื่อปี 2505 แต่การเสด็จเยือนครั้งนั้นคือการวางรากฐานของความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียกับไทยจนถึงปัจจุบัน ด้วยการก่อตั้งสมาคมออสเตรเลีย-ไทย ที่นครซิดนีย์และเมืองเมลเบิร์น

อย่างไรก็ตาม เทิร์นบูลกล่าวด้วยว่า รู้สึกเห็นอกเห็นใจอย่างยิ่งต่อชุมชนชาวไทยในออสเตรเลียที่มีอยู่ราว 50,000 คน ซึ่งกำลังตกอยู่ในบรรยากาศเศร้าสลดต่อความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้

พ่อติดใจตร.สุทธิสารจับพนันทำลูกชายดับ

พ่อติดใจการทำงานฝ่ายสืบสวน สุทธิสาร จับพนันทำลูกเสียชีวิต – หวั่น ไม่ได้รับความเป็นธรรม

นายคำมา แดงจันติ๊บ อายุ 57 ปี บิดา ของ นายดอน แดงจันติ๊บ อายุ 34 ปี ที่เสียชีวิต ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร เข้าจับกุมกลุ่มผู้เล่นพนันไฮโลเมื่อคืนที่ผ่านมา เดินทางมาจากจังหวัดตาก เพื่อรับศพที่สถานบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลตำรวจ พร้อมระบุว่า ยังติดใจการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่ทำให้ลูกเสียชีวิต เนื่องจากเป็นเพียงคดีเล็กน้อย และจากการพูดคุยกับพยานในที่เกิดเหตุ รวมทั้งหลักฐานที่เป็นกล้องวงจรปิด เชื่อว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุของเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นจึงไปแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจชุดจับกุม ฐานฆ่าผู้อื่น ที่ สน.สุทธิสาร แล้ว

ขณะที่ส่วนตัวยังกังวล เกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากมีคู่กรณีเป็นถึงข้าราชการตำรวจ จึงฝากวิงวอนขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้ความเป็นธรรมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับศพของลูกชายจะเคลื่อนย้ายไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านแม่กุหลวง อ.แม่สอด จ.ตาก

บช.น.สรุปจับพนันบอลยูโร28วันยึดโพย2.2ลบ.

บช.น. สรุปพนันบอลยูโร 2016 ผ่านไป 28 วัน จับนักพนันเฉียด 3 พัน ยึดโพย 2.2 ล้าน

กองบัญชาการตำรวจนครบาล สรุปสถิติผลการจับกุมการพนันทายผลฟุตบอลแห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2016 ประจำวันที่ 7 กรกฎาคม 2559 จับกุมผู้เล่นได้ 64 ราย ยึดเงินหมุนเวียนในโพย 17,200 บาท

ส่วนสถิติผลการจับกุมรวม 28 วัน ตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. – 7 ก.ค. 2559 จับกุมเจ้ามือ 23 ราย นักพนัน 2,951 คน

เดินโพย 23 ราย จับกุมการพนันออนไลน์ 77 ราย รวมทั้งหมด 3,017 คน ยึดเงินสด 284,180 บาท เงินหมุนเวียนในโพย 1,944,168 บาท รวมเงินสดและเงินหมุนเวียนในโพย 2,228,348 ล้านบาท

ร้านอาหาร ปิดประท้วง’ทรัมป์’กีดกันผู้อพยพจนขาดคนทำงาน !!

ร้านอาหารในสหรัฐฯ เดือดร้อน หลังโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามผลักดันนโยบายกีกกันผู้อพยพไม่ให้เข้าประเทศ จนทำให้ผู้ประกอบการขาดแคลนแรงงาน

หลังเกิดการริเริ่มนโยบายกีกกันผู้อพยพไม่ให้เข้าประเทศ จนกระทั่งเป็นจุดเริ่มต้นของการนัดหยุดงานและปิดร้านทั่วสหรัฐฯ เพื่อประท้วงโดยเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่มีชื่อว่า#daywithoutimmigrant (วันที่ไม่มีผู้อพยพ)

ทั้งนี้ผู้ประท้วงต้องการแสดงจุดยืนที่ชี้ชัดว่า นโยบายจากประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคมสหรัฐฯ เนื่องจากไม่มีตัวขับเคลื่อนธุรกิจที่มีความสำคัญ เนื่องจากขาดแรงงานในการประกอบกิจการ โดยแกนนำกิจกรรม #daywithoutimmigrant ระบุว่า ประเทศสหรัฐฯ จะคงอยู่ต่อไปได้ต้องอาศัยผู้อพยพเช่นกัน

ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมามีร้านขายของชำของชาวเยเมนพากันปิดทั่วนิวยอร์กซิตี้เพื่อประท้วงต่อต้านคำสั่งพิเศษห้ามเดินทางของโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งปัจจุบันคำสั่งดังกล่าวถูกศาลสั่งระงับชั่วคราว ขณะที่โดนัลด์ทรัมป์ ได้กล่าวโทษศาลและพยายามผลักดันมาตรการดังกล่าวอีกครั้งในสัปดาห์นี้

รวมไปถึงกลุ่ม #Strike4democracy หรือ “นัดหยุดงานเพื่อประชาธิปไตย” ที่เคลื่อนไหวด้วยการนัดหยุดงานและงดการออกไปใช้จ่ายในวันที่ 17 ก.พ. เพื่อต่อต้านรัฐบาล อย่างไรก็ตามในเดือน มี.ค.นี้จะมีการประท้วงใหญ่ในชื่อ “วันที่ไม่มีผู้หญิง”

นิตยสารในสหรัฐฯ ระบุว่า ธุรกิจร้านอาหารที่ให้การสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ โดยมีบางร้านที่เสิร์ฟแต่เครื่องดื่มโดยไม่เสิร์ฟอาหาร เพื่อยืนยันว่าพวกเขาเปิดครัวไม่ได้หากไม่มีผู้อพยพ

อย่างไรก็ตามผลสำรวจของศูนย์วิจัยพิวระบุว่า มีจำนวนกลุ่มผู้อพยพที่อพยพเข้าเมืองโดยไม่มีเอกสารอนุญาต (undocumented immigrants) ทำงานเป็นลูกจ้างในอุตสาหกรรมโรงแรมและร้านอาหารร้อยละ 9 ในสหรัฐฯในปี 2557

วอนช่วย! เด็ก ม.3 ถูกไฟไหม้บ้านวอดทั้งหลัง เหลือเพียงชุดนักเรียนที่ใส่ติดตัว

โลกออนไลน์แห่แชร์ วอนผู้ใจบุญช่วยเหลือ เด็ก ม.3 ถูกไฟไหม้บ้าน วอดทั้งหลัง เหลือเพียงชุดนักเรียนที่ใส่ติดตัว

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา สมาชิกเฟซบุ๊กชื่อ พา ‘ยุ๊ ซึ่งเป็นอาจารย์ของโรงเรียนหนองแคสรกิจพิทยา จ.สระบุรี ได้โพสต์ภาพเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านของนักเรียนชั้น ม.3 ที่อยู่โรงเรียนดังกล่าว ได้ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลัง และเหลือเพียงชุดนักเรียนที่ใส่อยู่เพียงชุดเดียวเท่านั้น ซึ่งผู้ใช้เฟซบุ๊กระบุข้อความว่า

#ได้โปรดอย่าเลื่อนผ่าน..#แค่แชร์ก็ได้บุญ 19 ก.พ. 60 เวลา 10.00 #เกิดเหตุไฟไหม้บ้าน นักเรียนรร. ม.3 ที่อยู่สอนอยู่ โรงเรียนหนองแค”สรกิจพิทยา” หลังธนาคารออมสิน อ.หนองแค จ.สระบุรี น้องน่าสงสารมากๆ ไม่เหลืออะไรติดตัวเลย #เหลือแค่ชุดนักเรียนที่ใส่ติดตัวชุดเดียว ขณะเกิดเหตุน้องได้โควต้าเรียนต่อ จึงไปมอบตัวที่วิทยาลัยเทคนิคสระบุรี กลับมาเห็นสภาพบ้านไฟไหม้หมดไม่เหลืออะไรเลย น้องอาศัยอยู่กับคุณย่า พ่อแม่ทำงานต่างจังหวัดค่ะ

ใครสนใจบริจาคช่วยเหลือได้ที่ #เลขบัญชี 020200940649 #ธนาคารออมสิน ชื่อบัญชี นางสินีนาฏ สุทธิประธีป(ครูที่ปรึกษา) นายนัฐพล เรือนทอง (ครูที่ปรึกษา) #นายเมธา อานแก้ว (นักเรียน)

ตร.ปทุมฯจับพนันมวยตู้พร้อมผู้ต้องหา20ราย

5

ตร. สืบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จับพนันมวยตู้ พร้อมผู้ต้องหา 20 ราย หลังชาวบ้านร้องเรียน

พ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภ.คลองหลวง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง ได้ร่วมกันจับกุมนักพนันมวยตู้ จำนวน 20 คน พร้อมของกลางโทรทัศน์ 1 เครื่อง โพยจดราคา 2 เล่ม เงินสดจำนวน 100 บาท โดยมี นายกฤษฎา อายุ 54 ปี รับเป็นเจ้าของสถานที่และเป็นผู้จัดให้เล่นมวยตู้ดังกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.จิรวัฒน์ กล่าวว่า หลังมีประชาชนย่านนวนครได้โทรศัพท์มาร้องเรียนที่ สภ.คลองหลวง ว่ามีการลักลอบเล่นการพนันมวยตู้ที่พักริมทางไม่มีเลขที่ ม.13 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.คลองหลวง จึงได้นำกำลังเข้าจับกุม เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุนักพนันเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพากันจะวิ่งหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ล้อมไว้หมดแล้วจึงสามารถจับกุมนักพนันได้ทั้งหมด 20 คน พร้อมของกลาง จึงนำตัวทั้งหมดส่ง ร.ต.อ.เกียรติพงษ์ ติ๊บมา พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีต่อไป

บุกจับพนันบอลออนไลน์รามฯ76รวบผู้ต้องหา3ราย

รอง ผกก.ป.สน.หัวหมาก เผย ทหารบุกจับศูนย์พนันบอลออนไลน์ ย่านรามคำแหง 76 ผู้ต้องหา 3 ราย

พ.ต.ท.ภาสกร กิจไพบูลย์ทวี รอง ผกก.ป.สน.หัวหมาก เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก และทหารบุกจับบ่อนพนันออนไลน์ ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง รามคำแหง 76 ได้ผู้ต้องหาเป็นชายชาวเกาหลี 2 ราย หญิงชาวพม่า 1 ราย พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์ จำนวน 15 ตัว ซิมโทรศัพท์อีก 500-600 อัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ความคืบหน้า พล.ต.ต.ฉันวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 1056/11 ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ีง ถนนรามคำแหง หลังได้รับแจ้งว่ามีการเปิดรับเล่นพนันฟุตบอลออนไลน์ พบผู้ต้องหา 3 คน คือ นายลี จุน ยุง อายุ 36 ปี และนายลี ซิง กิน อายุ 32 ปี สัญชาติเกาหลี และนางสาวทำแยงมอย สัญชาติพม่า แม่บ้าน พร้อมด้วยคอมพิวเตอร์ 8 เครื่อง ซิมการ์ดโทรศัพท์กว่า 1,000 ชิ้น และสมุดบัญชีธนาคาร

เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ต้องหา ให้การว่า เปิดรับทายผลพนันฟุตบอลออนไลน์จากลูกค้าที่ประเทศเกาหลี โดยใช้บ้านพักหลังนี้เป็นสถานที่รับทายผล สำหรับซิมการ์ดโทรศัพท์ ผู้ต้องหาจะมีไว้ให้กับลูกค้าที่สมัครเป็นสมาชิกใช้เป็นรหัสเข้าทายผลฟุตบอลในเว็บไซต์ เมื่อจบการแข่งขันแล้วจะทำลายซิมนั้นทิ้ง และจะแจ้งผลการโอนเงินให้กับลูกค้าผ่านทางเว็บไซต์

ทั้งนี้อ้างว่า เข้ามาอยู่ในบ้านพักนี้ 6 เดือนแล้ว และได้แต่งงานกับหญิงสัญชาติไทย จากการตรวจสอบการเข้าประเทศมาอย่างถูกต้อง

ขณะที่ในเว็บไซต์พบรายชื่อลูกค้าที่เข้ามาเล่นแล้วประมาณ 25,000 รายชื่อ ส่วนวันนี้มีผู้เข้าเล่นแล้ว 30 คน ซึ่งเป็นลูกค้าจากประเทศเกาหลีทั้งหมด ส่วนเงินหมุนเวียนพบว่ามีกว่าวันละ 6 ล้านบาท

‘ยายคำมั่น’ น้องสาว ‘หลวงพ่อคูณ’ ยื่นขอสรีระสังขารคืน

ยายคำมั่น น้องหลวงพ่อคูณ บุก ม.ขอนแก่น ขอสรีระสังขารอดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ กลับวัดบ้านไร่ ให้ลูกหลานได้ฌาปนกิจ

นางคำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์ น้องสาวของพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยคนในครอบครัวและกรรมการวัดบ้านไร่ เข้ายื่นหนังสือต่ออธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อขอนำสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณ กลับไปฌาปนกิจที่ วัดบ้านไร่ หลังครบกำหนดการเป็นครูใหญ่ของคณะแพทยศาสตร์ ในปี 2561

โดยมี นายธัญญา ภักดี ผู้อำนวยการกองกลาง เข้ารับหนังสือดังกล่าวแทน คุณยายคำมั่น บอกว่า ตั้งแต่หลวงพ่อคูณละสังขารมาจนถึงปัจจุบัน ท่านยังคงไม่ได้เดินทางกลับวัดบ้านไร่ แม้แต่ครั้งเดียว

ขณะที่คนในครอบครัว รวมถึงญาติโยมส่วนใหญ่ ยังไม่ได้เดินทางมากราบหรือทำบุญให้กับหลวงพ่อ จึงทำหนังสือยื่นเรื่องให้กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น พิจารณาส่งมอบสรีระสังขารหลวงพ่อคูณ ให้กับครอบครัว หลังสิ้นสุดกระบวนการหรือขั้นตอนต่าง ๆ ตามที่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรม ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะมีการพิจารณาตามขั้นตอนต่าง ๆ ต่อไป

พระสังฆราชทรงห่วงปัญหาธรรมกาย ด้าน คณะสงฆ์เคยประสานธัมมชโยมอบตัว แต่ไร้ผล

พระสังฆราชทรงห่วงปัญหา ‘ธรรมกาย’ ด้าน ผู้ตรวจราชการพระพุทธศาสนา เผย เคยประสานให้ธัมมชโยมอบตัว แต่ไม่มีการตอบรับ

พระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขตในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ไม่ให้พระวัดพระธรรมกายไปสอบพระปริยัติธรรมวันนี้ ว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ซึ่งอธิบดีได้อนุญาตให้พระสงฆ์เดินทางไปสอบได้โดยไม่มีเงื่อนไขใด ซึ่งวัดพระธรรมกายมีพระเณรที่ต้องสอบจำนวนทั้งสิ้น 542 รูป โดยในวันนี้มีพระเณรที่ไปสอบจำนวน 210 รูป ยืนยัน ไม่ได้มีการปิดกั้นการไปสอบแต่ประการใด

ส่วนการตรวจสอบใบสุทธิของวัดพระธรรมกาย อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบ ซึ่งจากบัญชีกลางของคณะจังหวัดปทุมธานี พบมีพระของวัดพระธรรมกายจำนวนกว่า 1,000 รูป ส่วนกระแสข่าวว่าสามารถถอดสมศักดิ์ของพระธัมมชโยได้ หากพระธัมมชโยไม่มามอบตัว เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ระบุว่าเป็นเพียงแค่ข่าว

ด้าน ผู้แทนสำนักพระพุทธศาสนา ยอมรับว่า ที่ผ่านมาไม่สามารถเจรจากับพระที่มีอำนาจบริหารภายในวัดได้ แต่เป็นการประสานผ่านผู้แทนที่ทางวัดพระธรรมกายส่งมาทำให้ ทั้งนี้ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ก็ได้โทรมาสอบถามและแสดงความห่วงใย ซึ่งทางคณะสงฆ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้ช่วยกันแก้ปัญหาตลอด โดยมีการเจรจาหลายรอบรวมถึงประสานให้พระธัมมชโยมอบตัว แต่ยังไม่มีการตอบรับมาแต่อย่างใด