ไรอัน เรย์โนลด์ส : ผมภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในหนัง Deadpool 2

เดดพูล ภาคนี้มีการเปิดตัวทีมฮีโร่ เอ็กซ์-ฟอร์ซ และ เคเบิ้ลคู่ปรับตัวฉกาจของดาร์คฮีโร่ สำหรับบทบาทนี้ เรย์โนลด์ส ยอมรับว่าเห็นแววแรกก็นึกถึง จอช โบรลิน ซึ่งทั้งบุคลิกและความสามารถของเขาเข้ามาเติมเต็มให้หนังมีมิติมากขึ้น gentingprincess.org

สำหรับภารกิจสำคัญในภาคนี้ เดดพูล รวมพลังประจัญบานกับทีมเอ็กซ์-ฟอร์ซ เพื่อปกป้องเจ้าหนูหุ่นอวบ (จูเลียน เดนนิสสัน) จาก เคเบิ้ล โดย เรย์โนลด์ส พร้อมแล้วกับการนำเสนอมุมมองของซูเปอร์ฮีโร่ที่เกรียนเต็มสูบยิ่งกว่าภาคแรก และสนุกมันยกร่องชนิดที่ผู้ชมต้องประทับใจสุดๆ

Q : คุณมีชื่อในเครดิตในฐานะนักเขียนร่วมในหนังใหญ่อย่างเป็นทางการครั้งแรก มันสำคัญมากแค่ไหนที่คุณมีเครดิตแบบนี้ ?

ไรอัน เรย์โนลด์ส : ไม่เลย มันไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับผมเลย เราทำตามและฝึกซ้อมในสิ่งที่เราทำในภาคแรก ผมคิดว่า เร็ทท์ รีส กับ พอล เวอร์นิค อยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนั้น ผมคิดว่าพวกเขาเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ เราทั้งหมดเป็นเหมือนพี่น้อง แต่เรามีเวลาน้อยมากที่เขียนบทเรื่องนี้ ดังนั้นครั้งนี้เราก็เลยใส่กันเต็มที่ เราเหมือนกับหมีน้อยสามตัวที่นั่งอยู่หน้าโน๊ตบุ๊คส์ของแต่ละคนที่บ้านของผม เขียนบท เดดพูล 2 ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้หลังจบเดดพูลภาคแรก

Q : สคริปต์ในเรื่องนี้มีการพัฒนามากแค่ไหนจากขั้นตอนในการเขียน และคุณใส่ไอเดียเจ๋งๆ ที่คุณอยากทำลงไปไหม แล้วมันเวิร์กหรือเปล่า ?

ไรอัน เรย์โนลด์ส : เราใส่ไอเดียเจ๋งๆ อยากที่เราต้องการลงไปด้วยซึ่งมันก็เวิร์กนะ แต่แกนหลักของเรื่องต้องคงความสมบูรณ์ มันเป็นสิ่งที่เราได้พูดคุยกันตอนที่มีการเตรียมงานเดดพูล ภาคแรก ซึ่งตอนนั้นเราได้แต่เพ้อฝันเท่านั้น ไอเดียแบบนั้นเรานำมาถ่ายทำในเดดพูล 2 เรารักแคแรกเตอร์แบบนี้ เรามักจะพูดคุยกันเรื่องนี้ เราอยากนำไอเดียและแนวคิดทุกๆ อย่างที่เรามีใส่ลงไปในตัว เวด วิลสัน (เดดพูล) และเรื่องราวที่คุณอยากจะบอก ดังนั้น เราลงมือทำกันเต็มที่กับเรื่องราวนี้ หลังจากที่ได้ไฟเขียวให้ถ่ายทำภาค 2

Q : คุณแนะนำ เคเบิ้ล (จอช โบรลิน) ในภาคนี้ คุณเล่นมุกว่าเขามีเบื้องหลังที่แสนซับซ้อนในหนัง คุณพูดเกี่ยวกับเรื่องเสียงของ เคเบิ้ล และคุณอยากนำเสนอแคแรกเตอร์นี้ในหนังเรื่องนี้มากแค่ไหน ?

ไรอัน เรย์โนลด์ส : เรารู้สึกว่า เดดพูล 2 ควรมีการแนะนำให้รู้จักกับ เคเบิ้ล มากกว่าการสำรวจปูมหลังที่ซับซ้อน ผมคิดว่าเราได้พบกับจุดที่ลงตัวกับเรื่องนี้ แต่ผมตื่นเต้นกับการขุดคุ้ยเรื่องราวของเคเบิ้ล มากๆ มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องเทคโน ไวรัส และไอเดียที่ว่าเขาเหมือนกับคนตายเดินได้ เราชอบแคแรกเตอร์นี้ และยังพบว่าเสียงของเขามันมีเอกลักษณ์ แน่นอนว่า จอช (โบรลิน) เป็นคนแรกที่เราอยากให้มารับบทนี้ แต่เขาไม่ว่าง อย่างไรก็ตามเมื่อตารางการสร้างออกมาหลังจากนั้น 2-3 เดือนเราต้องหาคนใหม่ ผมคิดว่า เดฟ เลตช์ (ผู้กำกับ) เสนอไอเดียเด็ดว่า “เฮ้ย เราน่าจะไปถาม โบรลิน อีกครั้ง บางทีเขาอาจจะว่าก็ได้ตอนนี้” และในที่สุดเขาก็ได้มาสวมบทนี้จริงๆ

Q : มีบทเรียนให้เรียนรู้จากการสร้างภาพแรกแล้วนำมาใช้ในภาคสองไหม ?

ไรอัน เรย์โนลด์ส : มันแน่อยู่แล้ว ผมคิดว่าหนึ่งในเหตุผลที่เดดพูล ได้รับการต้อนรับที่ดีจากผู้ชมเพราะมันเป็นหนังที่ทำด้วยใจ มันเป็นสิ่งที่เราตั้งใจสร้าง โดยไม่มีการสอดแทรกหรือใส่ข้อมูลอะไรเยอะแยะเกินไป เรารู้สึกหนังมันให้ความอิสระ และการหันมาคุยกับคนดู หรือการทลายกำแพงที่สี่ ซึ่งทำให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชมโดยที่คุณไม่มีทางได้เจอแบบนี้ในหนังเรื่องอื่นโดยเฉพาะพวกหนังซูเปอร์ฮีโร่

Q : มีอะไรที่คุณคาดหวังเป็นพิเศษที่จะประสบความสำเร็จกับหนังภาพสองไหม ?

ไรอัน เรย์โนลด์ส : สำหรับเรา มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับใจล้วนๆ ในส่วนของความเป็นคอมเมดี้เป็นอะไรที่สนุกมากๆ, สบายๆ ไม่มีอะไรยุ่งยาก นี่เป็นส่วนสำคัญของ เดดพูล เขาไม่ได้มีแคแรกเตอร์ที่จะต้องนำเสนอตัวเองเป็นผู้ชายที่แสนดีแห่งปี 2018 เขาไม่ได้สมบูรณ์แบบ, คนโง่งี่เง่าน่ารังเกียจซึ่งอยากที่จะเป็นคนดี และผมคิดว่าเมื่อทุกคนเดินออกจากโรงหนังจะได้ทั้งความสนุกสุดๆ เพราะความผิดพลาดของเดดพูล มันทำให้เกิดบางสิ่งที่ตลกโป๊กฮา และมีหลายครั้งที่เรื่องนี้สร้างความบรรลัยให้กับคนที่อยู่รอบข้างเขา หนึ่งในหลายๆ สิ่งที่สนุกสุดๆ ก็คือการเล่นกับแคแรกเตอร์นี้ซึ่งเขามันแสบสันต์สุดติ่งจริงๆ

Q : ภาคนี้ต่างจากภาคแรกยังไง ?

ไรอัน เรย์โนลด์ส : ถ้า เดดพูล เป็นเรื่องราวความรัก เดดพูล 2 ก็มีส่วนของความเป็นหนังครอบครัว มันอาจฟังดูแปลกๆ แต่เราใส่เรื่องราวความเชื่อทางศาสนาจาก พิกซาร์ ในฐานะที่เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างเดดพูล 2 เค้าโครงเรื่องเป็นบทสรุปที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราอยากทำให้มันมีคามรู้สึกเหมือนกับว่านี่คือเวทมนต์แห่งโลกมนุษย์ และมีความคาดหวังในโลกใบนี้ คุณอาจใส่อะไรเข้าไปมากมาย ชายคนนี้มีศัตรูที่แท้จริงก็คือตนเอง และมีความเป็นมนุษย์ที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นั่นเป็นการสร้างที่ไม่ใช่แค่เอาสนุกเฮฮาเท่านั้น มันมีทั้งความแปลก และดราม่า มีอารมณ์มากมายที่เกี่ยวกับเดดพูล 2 และผมคิดว่าแก่นแท้ของ เดดพูล เป็นอะไรที่ดีมาก บางทีมันอาจไม่เจ๋งเหมือนกับ เดดพูล ภาคแรก แต่เราอยากทำให้มั่นใจว่าหนังเรื่องนี้เข้าถึงแก่นแท้และความสำคัญของชีวิต ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นในแง่ของปัญหาสังคม